fbpx

ไปพบนักโภชนาการ

ไปพบกับนักโภชนาการ

ไปพบนักโภชนาการ

นักโภชนาการอาจให้คําแนะนําสําเร็จรูปพร้อมรายละเอียดของข้อมูลด้านอาหาร และโภชนาการแก่คุณ อย่างไรก็ดี แนวทางการดูแลเรื่องนี้ควรมีหลากหลาย เพื่อให้เลือกนักโภชนาการที่เหมาะกับความต้องการของคุณได้

ใครก็เรียกตัวเองว่านักโภชนาการได้ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ระดับมาตรฐานคุณสมบัติและการฝึกอบรม จึงมีอยู่หลากหลายและแตกต่างกันมาก สําหรับคําแนะนําที่เหมาะสมครบถ้วนและเป็นมืออาชีพ นั้น ในสหราชอาณาจักรกําหนดให้มีอักษรย่อรับรองคุณภาพนักโภชนาการที่ผ่านการขึ้นทะเบียน (ใบอาร์ดี – Registered Dictician) ห้อยท้ายชื่อ ซึ่งแสดงว่านักโภชนาการผู้นั้นขึ้นทะเบียนกับ สภาวิชาชีพด้านสุขภาพแล้ว

อีกทางหนึ่งได้แก่การไปพบนักโภชนบําบัด โภชนบําบัดเป็นการบําบัดชนิดเสริมที่เน้นเรื่อง ผลกระทบของมลพิษและของเสียต่อร่างกาย แม้ว่าหลักการของโภชนาการบําบัดผ่านการ ยอมรับจากผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แบบดั้งเดิมแล้วเป็นจํานวนมาก แต่นักโภชนบําบัด (nutritional therapist) ก็ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการมากเท่ากับนักกําหนดอาหาร ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว (Registered Dietician)

ถ้าคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริโภคสารอาหารหรือเรื่องอาหาร นักโภชนาการที่มีคุณสมบัติ ครบถ้วนจะช่วยให้คําแนะนําที่มีรายละเอียดและเจาะจงเฉพาะเป็นพิเศษสําหรับคุณ และอาจมี ประสบการณ์ในการช่วยมองเรื่องบางเรื่องที่คุณหรืออายุรแพทย์ของคุณอาจมองข้ามได้ด้วย

การประเมิน ในการพบกันครั้งแรกๆ นักโภชนาการอาจตั้งคําถาม เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์และประวัติของบุคคลในครอบครัว อาหารที่รับประทาน ระบบการย่อยอาหารและการใช้ชีวิตโดยทั่วไป ของคุณ นักโภชนาการบางคนอาจขอให้คุณนําบันทึกการรับประทาน อาหาร และรายชื่อพืชสมุนไพรหรืออาหารเสริม หรือตัวยาที่คุณ รับประทานเป็นประจํา ซึ่งจะช่วยให้นักโภชนาการมองเห็นสิ่งที่อาจ ก่อปัญหาด้านสุขภาพของคุณชัดเจนยิ่งขึ้น

การทดสอบ นักโภชนาการอาจทําการทดลองในห้องปฏิบัติการ (เช่น การตรวจปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือการตรวจเลือด) เพื่อค้นหา สิ่งผิดปกติและทดสอบการทําหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย นักโภชนาการบางคนอาจทดสอบภาวะแพ้อาหาร ซึ่งอาจมีบทบาท สําคัญต่อสภาพกล้ามเนื้อและโครงกระดูกของคุณ ควรระลึกไว้ เสมอว่าปัจจุบันยังไม่มีการทดสอบเกี่ยวกับภาวะแพ้อาหารที่เชื่อถือ ได้อย่างสมบูรณ์ และการทดสอบจํานวนมากก็มีพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์น้อยมาก

แผนและคําแนะนําเรื่องอาหาร นักโภชนาการอาจแนะนําให้ คุณปรับปรุงพฤติกรรมการกินอาหารโดยทั่วไปให้ดีขึ้น เสนอให้ คุณหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อปัญหาด้านสุขภาพอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น หรือกินอาหารหรือเสริมธาตุอาหารที่จะช่วยให้สุขภาพร่างกาย ดีขึ้น นักโภชนาการยังอาจวางแผนการรับประทานอาหารหรือ ให้คําแนะนําทางโภชนาการที่เจาะจงเป็นพิเศษสําหรับสภาพ ร่างกายคุณ หรือเหมาะสมกับความต้องการทางโภชนาการของ คุณเป็นการเฉพาะ

 

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารบางอย่างช่วยปกป้องกระดูกและลดโอกาส เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน แต่ก็มีอาหารอื่นๆ ซึ่งเมื่อบริโภคมากเกินไปก็เสี่ยงต่อโรคมากขึ้นได้เช่นกัน

เกลือ (โซเดียม)

ไม่ควรกินเกลือเกินวันละ 6 กรัม อาหารเค็มจัดทําให้ ร่างกายกําจัดแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกอ่อนแอ ฉลากอาหารมักระบุปริมาณเกลือในรูปสารโซเดียม การแปลงเป็นปริมาณเกลือ ให้คูณด้วย 2.5 ควรกินโซเดียมไม่เกินวันละ 2.4 กรัม 3 ใน 4 ของปริมาณเกลือทั้งหมดในอาหารมาจาก การผ่านกรรมวิธี แซนด์วิชสําเร็จรูปและซุปกระป๋อง เป็นอาหารที่พบโซเดียมปริมาณมากและเลวร้าย ต่อสุขภาพมากที่สุด ควรเพิ่มนิสัยตรวจสอบฉลากอาหารสําเร็จรูปทุกชนิด หากมีโซเดียมเกิน 0.5 กรัมต่อ 100 กรัมถือว่ามีปริมาณเกลือสูง ถ้าโซเดียม 0.1 กรัมหรือต่ำกว่านั้นถือว่ามีปริมาณเกลือต่ำ

เกลือเป็นรสชาติที่ปรุงแต่งขึ้น ยิ่งใช้มากก็จะยิ่งบริโภคหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าลดปริมาณโซเดียมลง ปุ่มรับรสของคุณใช้เวลาไม่มากนักก็จะคุ้นเคยกับรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดี

อาหารสมัยใหม่มีเกลือสูงมาก ในอังกฤษ ผู้ชายบริโภคเกลือสูงกว่ามาตราฐานที่แนะนําให้เกือบ 2 เท่าเฉลี่ยวันละ 11 กรัมส่วนผู้หญิงบริโภคเฉลี่ยวันละ 8.1 กรัม”

แอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์แบบพอประมาณจะไม่มีอันตราย อันที่จริงการดื่มไวน์วันละแก้วอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกระดูกด้วยซ้ำ การดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยจะช่วยเปลี่ยนฮอร์โมน เพศชายเทสโทสเตอโรนให้กลายเป็นฮอร์โมนเอสทราดิโอลซึ่งช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก

การดื่มแอลกอฮอล์หนักเกินไปอาจสร้างปัญหาด้านสุขภาพ เพราะไปทําลายเซลล์ที่สร้างกระดูกใหม่ๆและยังรบกวนกระบวนการย่อยอาหารไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่างๆ อย่างเหมาะสม ควรจํากัดปริมาณการดื่มให้เป็นวันละ 2-3 หน่วยสําหรับผู้หญิงและวันละ 4-5 หน่วยสําหรับผู้ชายหนึ่งหน่วยคือแก้วไวน์ขนาดเล็ก 1 แก้ว หรือเท่ากับเบียร์เลเกอร์ในดีกรีความแรงตามปกติครึ่งไพท์

คาเฟอีนและเครื่องดื่มน้ำอัดลม

คาเฟอีนปริมาณสูงอาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายแม้ว่าจะส่งผลต่อกระดูกค่อนข้าง น้อย กาแฟ 1 แก้วขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมประมาณ 6 มก.พอๆ กับแคลเซียมในนม 1 ช้อนชา ซึ่ง กาแฟใส่นมช่วยแก้ปัญหานี้ได้ แต่ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือการดื่มโคล่าหรือ เครื่องดื่มผสมคาเฟอีนชนิดอื่นปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ากรดฟอสฟอริกซึ่งใช้เป็นสารกันบูดในน้ำอัดลมหลายชนิดทําให้กระดูกอ่อนแอ นั่นคือ เมื่อระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงกว่าระดับแคลเซียม ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมา ชดเชย เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์จํานวนมากยังมี ปริมาณน้ำตาลสูง จึงควรลดเครื่องดื่มประเภทนี้ลง

โรคภูมิแพ้และการแพ้ยาหรืออาหาร

ความเกี่ยวพันระหว่างโรคภูมิแพ้หรืออาการแพ้ยา และอาหารกับโรคปวดข้อนั้นยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน ดูเหมือนว่าอาหารบางชนิดจะทําให้อาการปวดข้อ โรครูมาตอยด์หรือโรคสะเก็ดเงินรุนแรงมากขึ้นในคน บางกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้เป็นกับทุกคน หากคุณสงสัยว่า แพ้อาหารหรือยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือ นักโภชนาการก่อนตัดสินใจงดอาหารชนิดนั้น

อาหารที่มีกรด

บางคนเชื่อว่าอาการปวดข้ออาจเลวร้ายลงหากกิน อาหารบางอย่าง เช่น ส้ม มะเขือเทศ แต่หลักฐาน ยืนยันความเชื่อนี้มีน้อยมาก อาหารรสเปรี้ยวหลาย ชนิดมีกรดน้อยมากเมื่อเทียบกับระดับกรดในกระเพาะ ถ้าอาหารชนิดใดทําให้อาการของคุณแย่ลง ก็ควร หลีกเลี่ยง แต่ต้องแน่ใจว่าได้รับสารอาหารจาก แหล่งอื่นๆ มากพอสําหรับชดเชยส่วนที่ขาดหายไป

 

ข้อควรระวัง แม้ว่าโปรตีนมีความสําคัญมากต่อกล้ามเนื้อและกระดูก (โดยแตกตัวเป็นกรดอะมิโนที่ใช้สร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ใน ร่างกาย) แต่การบริโภคโปรตีนมากๆ ก็อาจขับแคลเซียม ออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น จริงอยู่ที่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ บริโภคโปรตีนมากในระดับที่น่าเป็นห่วง แต่ก็อาจเกิด ปัญหาขึ้นได้ในกรณีของคนที่ชอบกินผลิตภัณฑ์เสริม อาหารประเภทโปรตีน หรือคนที่ชอบบริโภคอาหาร ประเภทโปรตีนสูงและคาร์บอไฮเดรตต่ำ

 

Share this post

There are no comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart

ไม่มีสินค้าในตะกร้า